วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555



รูปแบบของจดหมาย


(ที่อยู่ผู้เขียน)......................

(วันที่)......................(เดือน)....................(พ.ศ.)......................

(คำขึ้นต้น)....................................................................................................................

(เนื้อความ)......................................................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................................................................
(คำลงท้าย)...........................................
(ชื่อผู้เขียน)..........................


รูปแบบของคำขึ้นต้น สรรพนาม คำลงท้าย


ในการเขียนจดหมายต้องคำนึงถึงการเขียนคำขึ้นต้น คำลงท้าย และสรรพนามให้ถูกต้อง ดังนี้
ผู้รับ คุณพ่อ,คุณเเม่
คำขึ้นต้น กราบเท้า...ที่เคารพอย่างสูง
สรรพนาม (ผู้เขียน) ลูกหนูผมกระผมดิฉัน หรือใช้ชื่อเล่นเเทน
สรรพนาม (ผู้รับ) คุณพ่อ คุณเเม่
คำลงท้าย ด้วยความเคารพรักอย่างสูง


ผู้รับ ญาติผู้ใหญ่


คำขึ้นต้น กราบเท้า....ที่เคารพอย่างสูง หรือ กราบเรียน...ที่เคารพอย่างสูง
สรรพนาม (ผู้เขียน) หลานผมกระผมดิฉันหนูหรือใช้ชื่อเล่นแทน
สรรพนาม (ผู้รับ) คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายคุณลุงคุณป้าคุณน้าคุณอา
คำลงท้าย ด้วยความเคารพอย่างสูง


ผู้รับ พี่หรือเพื่อนที่อาวุโสกว่า


คำขึ้นต้น เรียนคุณพี่ที่เคารพ หรือ กราบ...ที่เคารพ
สรรพนาม (ผู้เขียน) น้องผมดิฉันหนูหรืออาจใช้ชื่อเล่นเเทนสรรพนาม (ผู้รับ) คุณพี่คุณ ...คำลงท้าย ด้วยความเคารพด้วยความเคารพรัก
ผู้รับ น้อง หรือเพื่อน
คำขึ้นต้น ...น้องรัก หรือ คุณ ... ที่รัก หรือ (ชื่อเล่น) ที่รัก
สรรพนาม (ผู้เขียน) ฉัน พี่
สรรพนาม (ผู้รับ) เธอคุณน้อง
คำลงท้าย ด้วยความรักด้วยความรักยิ่งรักเเละคิดถึง


ผู้รับ บุคคลทั่วไป


คำขึ้นต้น เรียนคุณ...ที่นับถือ หรือ เรียนผู้จัดการบริษัท ... จำกัด
สรรพนาม (ผู้เขียน) ผมดิฉันสรรพนาม ผู้รับ) คุณท่าน
คำลงท้าย ของเเสดงความนับถือ



ผู้รับ พระภิกษุทั่วไป

คำขึ้นต้น นมัสการ...
สรรพนาม (ผู้เขียน) ผม,กระผมดิฉันสรรพนาม (ผู้รับ) ท่านพระคุณท่านใต้เท้าพระคุณเจ้า
คำลงท้าย ขอนมัสการมาด้วยความเคารพอย่างสูง





เครื่องหมายวรรคตอนในภาษาไทย


              เครื่องหมายวรรคตอน คือ เครื่องหมายที่ใช้เขียนกำกับคำ กลุ่มคำ ประโยค หรือข้อความให้เด่นชัดเพื่อให้อ่านได้ถูกต้อง และช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจความหมายได้ชัดเจนขึ้น
เครื่องหมายวรรคตอนในภาษาไทย มีดังนี้

                มหัพภาค ชื่อเครื่องหมายวรรคตอน มีรูปดังนี้ .
              
                จุลภาค ชื่อเครื่องหมายวรรคตอน รูปดังนี้ ,
                           
                   วงเล็บ หรือ นขลิขิต ชื่อเครื่องหมายวรรคตอน รูปดังนี้ ( )
              

                ยัติภังค์ ชื่อเครื่องหมายวรรคตอน รูปดังนี้ -
             

                อัญประกาศ ชื่อเครื่องหมายวรรคตอน รูปดังนี้ “ “
              

                   ปรัศนี ชื่อเครื่องหมายวรรคตอน รูปดังนี้ ?

                  
 อัศเจรีย์ ชื่อเครื่องหมายวรรคตอน รูปดังนี้ !
             
                ไม้ยมก หรือ ยมก ชื่อเครื่องหมายวรรคตอน รูปดังนี้ ๆ

                
   ไปยาลน้อย หรือ เปยยาลน้อย ชื่อเครื่องหมายวรรคตอน รูปดังนี้ ฯ 
               
                ไปยาลใหญ่ หรือ เปยยาลใหญ่ ชื่อเครื่องหมายวรรคตอน รูปดังนี้ ฯลฯ
                
                    สัญประกาศ ชื่อเครื่องหมายวรรคตอนรูปดังนี้ ___
               
                    บุพสัญญา ชื่อเครื่องหมายวรรคตอนรูปดังนี้ “              
                  
                   ทับ ชื่อเครื่องหมายวรรคตอนรูปดังนี้ / อ่าน ทับ” เวลาเขียนไม่ต้องเว้นวรรคหน้าและหลังเครื่องหมาย





กลอน ?


          กลอนคือลักษณะคำประพันธ์ ที่มีการเรียบเรียงเข้าเป็นคณะมีการสัมผัสกัน ตามลักษณะบัญญัติ เป็นประเภท ๆ ไป แต่จะไม่มีการบังคับในเรื่องของเอกโท และครุลหุโดยกลอนของไทยนั้นแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือกลอนสุภาพ
เป็นกลอนที่การใช้ถ้อยคำ และการเรียบเรียงทำนองเรียบๆแบ่งย่อยออกเป็นอีก ๔ ชนิด ได้แก่ กลอน๖ กลอน๗ กลอน๘ กลอน๙ โดยที่กลอนสุภาพ นั้นนับว่าเป็นกลอนหลัก ของกลอนทุกชนิด โดยถ้าใครมีความเข้าใจในกลอนสุภาพได้อย่างดี ก็จะสามารถเข้าใจกลอนอื่นๆ ได้ง่าย เพราะกลอนอื่นๆ ที่มีการเรียกชื่อที่ต่างออกไปล้วนแต่มีการเปลี่ยนรูปแบบ วิธีจากกลอนสุภาพ แทบทั้งสิ้นกลอนลำนำ
เป็นกลอนที่มักใช้ขับร้อง หรือใช้สวด โดยมีการแบ่งทำนองออกเป็น ๕ รูปแบบคือ ๑. กลอนบทละคร ๒. กลอนสักวา ๓. กลอนเสภา ๔. กลอนดอกสร้อย ๕. กลอนขับร้องกลอนตลาด
เป็นกลอนผสม หรือกลอนคละ โดยจะไม่มีการกำหนดคำตายตัว
เช่นกลอนสุภาพ ในแต่ละบทกลอน อาจจะมีวรรค ๗ คำบ้าง ๘ คำบ้าง ๙ คำบ้างหรืออาจจะกล่าวได้ว่าเป็นการเอากลอนสุภาพ หลายชนิดนั่นนำเข้ามาผสมกันนั่นเอง โดยกลอนประเภทนี้เป็นกลอนที่ใช้ในการขับร้องแก้กัน จึงมักเรียกกันว่า กลอนตลาดโดยยังมีการแบ่งออกเป็นอีก ๔ ชนิด คือ ๑. กลอนเพลงยาว ๒. กลอนนิราศ ๓. กลอนนิยาย ๔. กลอนเพลงปฏิพากย์ แผนผังกลอนสุภาพจำนวน ๑ บท เมื่อแต่งมากกว่า ๑ บท ต้องมีสัมผัสระหว่างบท สังเกตสัมผัสระหว่างบทจากคำประพันธ์นี้


           ตัวอย่างบทประพันธ์ที่ควรจำ

กลอนสุภาพพึงจำมีกำหนด กลอนหนึ่งบทสี่วรรคกรองอักษร
วรรคละแปดพยางค์นับศัพท์สุนทร อาจยิ่งหย่อนเจ็ดหรือเก้าเข้าหลักการ
ห้าแห่งคำคล้องจองต้องสัมผัส สลับจัดรับรองส่งประสงค์สมาน
เสียงสูงต่ำต้องเรียงเยี่ยงโบราณ เป็นกลอนกานท์ครบครันฉันท์นี้เอย




คำสอยหรือความสอย



       ชาวอีสานเป็นกลุ่มชนที่รักความสนุกสนานเฮฮา ไม่ว่ากิจการงานใดก็แล้วแต่ โดยส่วนมากจะแฝงความสนุกสนานไว้ตลอดในช่วงเวลาหนึ่งอย่างหมอลำที่เป็นศิลปพื้นบ้านอีสาน ในขณะที่ฟังหลอลำกันอยู่แล้วเกิด่มีอารมณ์คึกคักสนุกสนาน
ก็จะพูดคำสอยขึ้นมาขั้นเป็นจังหวะทำให้บรรยากาศครึกครื้น เมื่อมีผู้กล่าวคำสอยเสร็จแล้ว บรรดาผู้ฟังทั้งหลายก็จะพากันเฮรับพร้อมกันเป็นที่สนุกสนานมาก เช่น

สอย... สอย... สาวส่ำน้อยงอยขี่ขอนจิก บาดห่าขอนพาพลิก ... โอ้ย เบิ่งบ่ได้

(กล่าวถึงการไม่สงบเสงี่ยมของสาววัยรุ่น)
สอย... สอย... สาวส่ำน้อยอยากได้ผัวดี เหลียวเบิ่งหีบ่ล้างจักเทื่อ
(เป็นการเปรียบเปรยหญิงที่อยากเจริญก้าวหน้าในชีวิต แต่ไม่พัฒนาตัวเอง)
สอย... สอย... นกแตดแต้บินข้ามปลายตาล ไผได้ผัวทหารผู้นั้นฮักซาติ

(ล้อเลียนหญิงสาวที่มีคู่รักถูกเกณฑ์เป็นทหาร)
สอย... สอย... นกขุ่มหลี่สี้นกกด สาวนั่งตดแตดโงโล่งโค่ง

(ล้อเลียนการไม่รู้จักสำรวมในการนั่งของหญิงสาว)
สอย... สอย... นกแตดแต้บินข้วมทางรถ สาวนอนตดหีหมอยเพิงเวิ้บ

(การไม่ระมัดระวังในการนอนของหญิงสาว)
สอย... สอย... นกแตดแต้บินข้วมทางเกวียน สาวนักเรียนสี้ครูประจำชั้น คันบ่เฮ็ดจั่งซั้นสิบ่ได้คะแนน

(การประพฤติผิดศีลธรรมระหว่างครูกับศิษย์)
สอย... สอย... หัวสิงไคเป็นกอพะยะ ผู้สาวมักพระ ตกนรกอเวจี
(เป็นการเตือนสติให้สาวเกรงกลัวต่อบาป)
สอย... สอย... นกขุ่มหลี่กุมสี้นกเต็น ผู้สาวนอนเว็น หีเหม็นเป็นตาหน่าย

(สอนหญิงสาวไม่ให้เกียจคร้าน)
สอย... สอย... ลูกสาวเดียวหีเคียวคือแม่ หีแม่หมอยหีลูกพวมป่ง
(ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น)
สอย... สอย... เฒ่าสิตายไปบายหำผัวว่าแม่นหมกหม่ำ จ้ำลูกจ้ำมันสิสวยโรงเรียน
(เป็นการแสดงถึงความเลอะเลือนของหญิงชรา)
สอย... สอย... เฒ่าสิตายบายโคยผัวว่าแม่นหัวไก่ตี "เสมอแดงสิบบาท" เอาเลยบักแดงลูกแม่








คำขวัญ ?





     คำขวัญ คือ คำพูดหรือข้อความที่มุ่งให้กำลังใจ มักจะมีข้อคิดที่ผู้อ่านสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตได้

หลักการเขียนคำขวัญ

           ๑. ใช้ถ้อยคำกะทัดรัด สละสลวย โดยเฉพาะคำที่มีสัมผัสคล้องจองกัน
           ๒. มีความลึกซึ้งกินใจ มีความหมายในด้านดี
           ๓. ใช้คำที่มีข้อคิดซึ่งเหมาะสมกับแต่ละโอกาสที่จะใช้คำขวัญ
           ๔. ใช้ถ้อยคำหรือระดับภาษาให้เหมาะกับฐานะทางสังคมของผู้ให้และผู้รับ
ตัวอย่าง


         คำขวัญเพื่อแสดงจุดมุ่งหมายหรืออุดมคติของบุคคล เช่น
         ตำรวจอยู่ไหน ประชาอุ่นใจ
         ธนาคารกรุงเทพ เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน
         กาชาดบรรเทาทุกข์ เพื่อความสุขของปวงประชา
         คำขวัญเพื่อเตือนใจให้ตระหนักถึงภัยอันตราย เช่น
         เมื่อสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ชีวิตจะมีภัย
         รักษาชีวิต ดีกว่าพิชิตเวลา
         ขับรถให้เตือนตน ข้ามถนนให้เตือนตา
         เมื่อใช้ยาเสพติด ชีวิตรอความตาย
         คำขวัญเพื่อเรียกร้อง เชิญชวน จูงใจให้เชื่อมั่น หรือปฏิบัติในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น
         บริจาคดวงตา ได้มหากุศล
         ภูมิใจไทยทำ ดีใจไทยใช้
         อ่านหนังสือวันละหน้า เพิ่มคุณค่าแก่ชีวิต
         รักไทย นิยมไทย ร่วมกันใช้ของไทยทำ
         ยั้งคิดก่อนซื้อ ยั้งมือก่อนสั่ง ของนอกยังยั้ง ใช้แต่ของไทย